วันที่: ผู้เขียน: Other News


อย่างที่นักลงทุนหลายๆ คนเริ่มสังเกตุเห็นค่าธรรมเนียมที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อใช้บัตรในเครื่อ Visa และ Mastercard เพื่อซื้อสกุลเงินดิจิตอลต่างๆ นั้น ก็ได้รับการยืนยันแล้วแล้วทั้งสองค่ายเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมในการซื้อสกุลเงินดิจิตอลจริงๆ เพื่อที่จะจัดประเภทรายการซื้อใหม่ให้กับสกุลเงินดิจิตอลนั่นเอง 

สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความท้าทายสำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิตอลในระยะสั้นเป็นอย่างมากที่จะต้องคาดการณ์การลงทุนเพื่อบวกลบต้นทุนที่เหมาะสมใหม่หลังจากเจอกับการเปลี่ยนแปลงด้านค่าธรรมเนียมแบบนี้ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ได้เห็นว่าผู้ครอบครองตลาดทางการเงินอย่าง Visa และ Mastercard มีความกลัวต่อความผันผวนในตลาดสกุลเงินดิจิตอลนี้มากน้อยเพียงใด

ในตอนนี้ถ้าคุณต้องการซื้อ Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิตอลต่างๆ แบบได้รับในทันทีนั้น ตัวเลือกเดียวที่จะทำให้คุณได้สกุลเงินมาครอบครองแบบทันทีก็มีเพียงแค่วิธีการใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตเพื่อซื้อเท่านั้น และถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ดีว่าการซื้อผ่านธนาคารจะมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่ามากแต่ก็ใช้เวลาทำการหลายวันเลยทีเดียว จึงทำให้การเลือกใช้บัตรเดบิตและเครดิตขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการใช้เพื่อซื้อสกุลเงินดิจิตอลนั่นเอง โดยที่ผ่านมามีค่าธรรมเนียมประมาณ 4% จากยอดซื้อ

การดำเนินการของ Visa และ Mastercard เกี่ยวกับเรื่องของค่าธรรมเนียมเป็นไปอย่างเงียบๆ โดยการซื้อสกุลเงินดิจิตอลนั้นถูกเปลี่ยนจากคำว่า “การซื้อ” เป็นคำว่า “การถอนเงินสด” แทน โดยค่าธรรมเนียมก็จะแตกต่างกันไปตามสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเดบิตและบัตรเครดิตนั้นๆ แต่ที่แน่ๆ การใช้บัตรฯ ของคุณจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 5% และยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการซื้อปกติอยู่แล้วอีก 4% เหมือนเดิม

และที่แย่ไปกว่านั้นคือแม้ว่าคุณจะใช้บัตรฯ ในการซื้อสกุลเงินดิจิตอลแล้วนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เพราะในขณะที่คุณได้ซื้อสกุลเงินมาครอบครองเรียบร้อยแล้วการคิดดอกเบี้ยในการถือครองสกุลเงินเหล่านั้นก็เริ่มคิดในทุกวันที่คุณถือสกุลเงินอยู่อีกด้วย และหากคุณถอนเงินสดออกมาก่อนก็แน่นอนว่าอัตราดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้นตามจำนวนนั้นขึ้นไปอีก น่าตกใจมากขึ้นไปอีกหลังจากที่ลองคำนวนดูในเคสหนึ่งนั้นปรากฏว่ารวมดอกเบี้ยที่เสียไปประมาณ 25.99% เลยทีเดียว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงก็คือคุณจะไม่ได้รับคะแนนสะสมในการซื้ออีกต่อไปถ้าเป็นการซื้อสกุลเงินดิจิตอล

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้นคือเมื่อคุณซื้อ Bitcoin ในราคา 5,000 เหรียญ โดยใช้บัตรเครดิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเครื่อ Visa หรือ Mastercard คุณก็จะเจอค่าธรรมเนียมเพิ่มประมาณ 50 เหรียญ บวกดอกเบี้ยอีกด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วการเสียดอกเบี้ย 10% ในการใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อสกุลเงินดิจิตอลนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถยอมรับกันได้และมีส่วนช่วยให้การซื้อขายมีประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่แล้วอแต่ถ้าหากมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาก็อาจจะเป็นเรื่องที่นักลงทุนจะต้องคิดกันหนักอยู่พอสมควร

แต่เรื่องยากสำหรับนักลงทุนในตลาดดิจิตอลก็คือการซื้อ ขาย ผ่านทางธนาคารเพราะระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 3-5 วัน ซึ่งถือว่ามากไปสำหรับตลาดนี้เนื่องจากมีความผันผวนของค่าเงินอยู่ตลอดเวลาแทบจะเรียกได้ว่าแทบจะทุกนาที แน่นอนว่าถ้านักลงทุนต้องนั่งรอตั้ง 3-5 วัน น่าจะนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ หรือถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

ทาง Coinbase ได้ยืนยันว่า MCC (Merchant Category Code) ของการซื้อสกุลเงินดิจิตอลนั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยเจ้าของเครือข่ายบัตรเครดิตและในตอนนี้ก็ได้อนุญาตให้ธนาคารผู้ออกบัตรสามารถเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้แล้วแต่เฉพาะในประเภทของการทำธุรกรรม “การถอนเงินสดล่วงหน้า” เท่านั้น และเมื่อได้สอบถามไปทางโฆษกของ Mastercard ก็ได้รับคำตอบว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เริ่มแจ้งกับทางธนาคารของผู้ถือบัตรต่างๆ แล้วว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการซื้อสกุลเงินดิจิตอลขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นจากทาง Visa และ Mastercard การจัดประเภทการซื้อขายของสกุลเงินดิจิตอลใหม่ในครั้งนี้นอกจากจะทำให้มีการซื้อที่ยากและแพงขึ้นสำหรับนักลงทุน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดการชะลอการเติบโตของสกุลเงินดิจิตอล แต่ในความเป็นจริงแล้วการเติบโตอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิตอลอาจจะส่งผลถึง Visa และ Mastercard ได้ในอนาคตนั่นเอง

ที่มา : techcrunch.com , www.toptechnicalsolutions.com

ใส่ความเห็น