วันที่: ผู้เขียน: Other News


Microsoft ได้เปิดตัว Windows 10 preview build เวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อปรับปรุงระบบและมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน Windows Camera แอพฯ ถ่ายภาพบน Windows 10 ซึ่งมีความสามารถหลักๆ อยู่ 7 อย่าง

สัปดาห์ที่ผ่านมา Microsoft ได้เปิดเผยถึงความคิดเห็นของผู้ใช้ Windows 10 ที่อยากจะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับแอพฯ Camera เพื่อตอบสนองความต้องการเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู็ใช้ให้มากขึ้น เช่น การจดจำการทำงานของกล้องถ่ายภาพ และการจดจำโหมดการถ่ายภาพรูปแบบสุดท้ายที่ใช้ ความสามารถในการจัดการกล้องสองตัวพร้อมกัน และตัวเลือกความละเอียดที่มากขึ้น รวมถึงการลดความซับซ้อนในเครื่องมือการตั้งค่าต่างๆ รวมถึงการลดความซับซ้อนภายในระบบของตัวแอพฯ ที่เดิมทีได้ถูกออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์บางรุ่น และในตอนนี้ระบบดังกล่าวได้ซ้ำซ้อนกับการทำงานของระบบปฏิบัติการหลักของวินโดวส์” ด้วยเหตุนี้เองทาง Microsoft จึงแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวและนำเสนอคุณสมบัติใหม่ๆ” อันได้แก่

  •  ขณะนี้ผู้ใช้สามารถเปิดใช้กล้องหลายๆ ตัวที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้พร้อมๆ กัน (ถ้าระบบปฏิบัติการอนุญาต) บนหน้าต่างแอพฯ หลายหน้าต่าง ตัวอย่างเช่น ในขณะที่กำลังบันทึกวีดีโอด้วยกล้องตัวขวา เราก็สามารถถ่ายรูปและส่งรูปทางอีเมล์ด้วยกล้องตัวซ้ายได้
  • กล้องที่ถูกใช้งานครั้งสุดท้ายก่อนปิดแอพฯ จะถูกจดจำไว้เสมอ และเมื่อเปิดแอพฯ ครั้งถัดไปจะเปิดกล้องตัวนั้นก่อน 
  • โหมดการถ่ายที่ถูกเรียกใช้งานครั้งล่าสุดจะถูกจดจำไว้เสมอ (วีดีโอ, ภาพถ่าย) และจะถูกเปิดอีกครั้งเมื่อเปิดแอพฯ ครั้งต่อไป    
  • ผู้ใช้มีอิสระในการเลือกความละเอียดภาพมากขึ้น และมีอัตราส่วนภาพของการถ่ายวีดีโอให้เลือกใช้งานได้หลากหลายขึ้น จากเดิมที่มีเพียงแค่ 16:9 เท่านั้น
  • แถบเลื่อนความสว่าง (ซึ่งมีอยู่ในกล้องทั่วไป) จะปรับได้สมูทมากยิ่งขึ้น และแสดงค่าความสว่างที่เลือกจริงๆ ให้ผู้ใช้ได้รับรู้
  • ฟีเจอร์การปัดหน้าจอไปทางด้านซ้ายที่ปุ่มถ่ายภาพ เพื่อแสดงแถบเลื่อนการปรับค่าทั้งหมดจะไม่อีกต่อไป  
  •  การเปลี่ยนโหมดการถ่ายระหว่าง ภาพนิ่ง/วีดีโอ โดยทำผ่านปุ่มชัตเตอร์จะไม่มีอีกต่อไป

โดยสรุปแล้วแอพพลิเคชั่นนี้จะมีฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา 5 อย่างและที่ถูกตัดออกไป 2 อย่าง ซึ่งการยกเลิกฟีเจอร์ดังกล่าวก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงด้านการทำงานที่จะส่งผลให้เกิดความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ตอนนี้ผู้ทดสอบในโปรแกรม Windows Insider อาจจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กันไปบ้างแล้ว และคาดว่าฟีเจอร์นี้อาจจะเปิดให้ใช้จริงพร้อมๆ กับอัพเดต Windows ครั้งใหญ่ครั้งถัดไป ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มว่าจะปล่อยในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้าค่ะ

ที่มา : venturebeat.com

ใส่ความเห็น