วันที่: ผู้เขียน: Other News


เรายังอยู่ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม นั่นหมายความว่าหลายๆ คนยังรักษาความมุ่งมั่นที่ว่า ในปีนี้จะเป็นคนที่หุ่นดีรูปร่างผอมเพรียวให้จงได้ แต่การลดหุ่นนั้นก็ช่างเป็นเป้าหมายที่ท้าทายเสียจริงๆ แต่เรื่องนี้จะง่ายขึ้น เมื่อมีผลงานวิจัยล่าสุดออกมาว่า การเข้านอนให้เร็วขึ้น จะช่วยลดความอยากบริโภคน้ำตาลของเรา ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักของเรา

โดยการวิจัยนี้ทำกับกลุ่มตัวอย่างเล็กๆ โดยมีจำนวนอาสาสมัครในวัยผู้ใหญ่จำนวน 42 คน แต่ผลของมันออกมาน่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว โดยทีมวิจัยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม โดยคนกลุ่มแรกได้รับการอบรมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติที่ดีในการหลับนอนยามค่ำคืน เป้าหมายคือให้คนกลุ่มนี้เข้านอนเร็วกว่าปกติประมาณชั่วโมงครึ่ง และกลุ่มตัวอย่างที่สอง ไม่ได้รับการอบรมใดๆ ใช้ชีวิตไปตามปกติ และคนทั้งสองกลุ่ม ได้รับการร้องขอให้บันทึกพฤติกรรม การรับประทานอาหารของตัวเองในแต่ละวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์

และอย่างที่บอกว่าผลลัพธ์ออกมาน่าสนในจมากๆ โดยคนที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มเวลาการหลับนอนของตัวเอง จะมีการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลน้อยลงในวันถัดไป และในความเป็นจริง คนที่มีเวลาหลับนอนอย่างเพียงพอในแต่ละคืน จะมีอัตราการบริโภคน้ำตาลน้อยลงถึง 10 กรัม ถ้าร่างกายได้รับการพักผ่อนหลับนอนอย่างเหมาะสม และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาบริโภค คาร์โบไฮเดรต น้อยกว่าคนที่ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้ดีขึ้น

คุณ Wendy Hall จาก King’s College แห่งเมืองลอนดอน ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงานการวิจัยกล่าวว่า “มีความจริงอยู่ว่า การเพิ่มระยะเวลาการนอนให้ยาวนานขึ้น ส่งผลให้เราบริโภคน้ำตาลส่วนเกินน้อยลง ซึ่งน้ำตาลนั้นก็อยู่ในส่วนผสมของอาหารที่เราหาซื้อมากิน รวมถึงอาหารที่เราทำกินเองที่บ้าน อย่างเช่น ส่วนผสมของน้ำตาลในน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม และน้ำส้ม โดยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ จะทำให้เรามีสุขลักษณะการกินอาหารที่ดีขึ้น”

ทีมวิจัยเชื่อว่า ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างคนที่นอนน้อย กับพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ และการเพิ่มเวลานอนให้มากขึ้น จะทำให้ร่างกายของเรากลับมาอยู่ในรูปแบบการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

คุณ Haya Al Khatib หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “ผลลัพธ์งานวิจัยของเราชี้นำว่า การเพิ่มเวลานอนขึ้น 1 ชั่วโมงหรืิอนานกว่านั้น จะทำให้พฤติกรรมการกินของเราดีขึ้น แต่ก็จะมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งขึ้นในผลงานวิจัยต่อๆ ไป”

ที่มา : bgr.com

ใส่ความเห็น