วันที่: ผู้เขียน: Other News


สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาว่าได้มีการอนุมัติเครื่องมือที่เรียกว่า Neuro-Stim System Bridge (NSS-2 Bridge) ซึ่งจะช่วยให้ลดการใช้ยาโอปิออยด์ที่มีฤทธิ์ช่วยลดอาการเจ็บปวด และนี่ถือเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ชนิดแรกที่ได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ( FDA)

ยาโอปิออยด์ (Opioid) เป็นกลุ่มของสารเคมีที่มีโครงสร้างและคุณสมบัติคล้ายคลึงกับมอร์ฟีน(Morphine) การออกฤทธิ์ของสารโอปิออยด์จะมีอิทธิพลต่อสมอง ระบบประสาทส่วนปลายของร่าง กาย และระบบทางเดินอาหาร

ประวัติศาสตร์การแพทย์ได้ระบุให้สารกลุ่มโอปิออยด์เป็นยาแก้ปวดทำให้ร่างกายสามารถทนต่ออาการปวดได้ดีมากขึ้น

การใช้ยากลุ่มโอปิออยด์มีข้อพึงระวังสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การติดยา ซึ่งจะเกิดเมื่อมีการใช้ยาครั้งละมากๆ หรือใช้ยาเป็นเวลา นานๆ
ที่มา : http://haamor.com/th/โอปิออยด์/#article109

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ อนุมัติให้ใช้เครื่องมือบำบัดอาการติดยา Opioid แล้ว

NSS-2 Bridge เป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างใช้งานง่าย โดยยึดติดกับผิวหนังหลังใบหู แล้วใช้ชิปส่งสัญญาณไฟฟ้าควบคุมการกระตุ้นเส้นประสาทสมองสี่เส้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลความเจ็บปวด

เครื่องมือชนิดนี้ พัฒนาโดย Innovative Health Solutions, Inc (IHS) พัฒนาขึ้นเพื่อจะช่วยลดและเลิกการใช้ยาโอปิออยด์ แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้จะถูกใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น ค่ารักษาด้วยเครื่อง NSS-2 Bridge นี้จะอยู่ระหว่าง $600 และ $800 ดอลลาร์สหรัฐ  (ประมาณ 19,652 บาท และ 26,203 บาท)

องค์การ FDA ได้อนุญาตให้ใช้ NSS-2 Bridge หลังจากได้ทบทวนข้อมูลของทางคลินิกที่ได้ทำการศึกษาไว้ โดยให้ผู้ป่วย 73 รายรับการรักษาด้วย NSS-2 Bridge การทดลองแสดงให้เห็นว่า 64 ใน 73 รายของผู้ป่วย หรือคิดเป็น 88 เปอร์เซ็นต์ ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านไป 5 วัน ของการใช้ NSS-2 Bridge โดยดูจากผลสรุปของแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วย

เครื่องบำบัดการติดยาโอปิออยด์ (opioids) นี้ถือเป็นข่าวที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการใช้ยาดังกล่าวมากเกินความจำเป็น ซึ่งได้คุกคามต่อสังคมอเมริกันมาอย่างต่อเนื่อง

สถาบันแห่งชาติเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดรายงานว่าอัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยาโอปิออยด์ (opioids) เกินขนาดของชาวอเมริกันมีมากถึง 90 คนต่อวัน และจำนวนมากขนาดนี้ยังเป็นผลมาจากการใช้ยาบรรเทาอาการปวดผิดประเภท เช่นเดียวกับการให้ยาจากเฮโรอีนเกินขนาดและยาเฟนทานิล (fentanyl) ที่มีส่วนผสมของโอปิออยด์ (opioids)

ในขณะเดียวกันศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการใช้ยาโอปิออยด์ (opioids) เฉพาะตามแพทย์สั่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 78.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (หรือประมาณ 257,082,327,140 บาทต่อปี)  จากค่ารักษาพยาบาล การบำบัดอาการติดยา และจากการมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม

Scott Gottlieb กรรมาธิการ ของ  FDA กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เพื่อควบคุมขอบเขตการระบาดของการเสพติดยาโอปิออยด์แล้ว เราจำเป็นต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เสพติดยาดังกล่าวในปัจจุบันให้เปลี่ยนมารักษาด้วยวิธีทางการแพทย์แทน”  “ในขณะที่เรากำลังหายารักษาที่ดีกว่ายาโอปิออยด์นั้น เราควรเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือที่สามารถช่วยในการรักษานี้ได้”

ความจริงแล้ว มีความพยายามอื่นๆ อีกมากมายที่จะต่อสู้กับการระบาดของโอปิออยด์ รวมถึงแอปพลิเคชั่นที่ติดตามการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐอเมริกาตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ แม้กระทั่งการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อแก้ปัญหา ในขณะที่บางคนกำลังทดสอบอุปกรณ์ที่เชื่อว่าสามารถมาแทนที่ยาแก้ปวดที่ไม่เสพติดได้  เพื่อที่จะหยุดวิกฤติของโอปิออยด์ เราจำเป็นต้องหาความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ยาด้วย

ที่มา : futurism.com

ใส่ความเห็น