วันที่: ผู้เขียน: Other News


หลอดไฟส่องสว่างแบบ LED ดูเหมือนจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวโลกเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติของหลอดไฟประเภทนี้ที่ใช้พลังงานต่ำกว่าหลอดไฟแบบเดิมๆ และระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน และถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว การใช้หลอดไฟ LED สามารถให้ความสว่างเท่าหลอดไฟฟ้าแบบเดิม โดยที่ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ทำให้ไม่ต้องทิ้งหลอดไฟให้กลายเป็นขยะกันบ่อยๆ นั่นก็น่าจะส่งผลดีกับสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หรือ? แต่จากผลการวิจัยล่าสุด นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งกำลังบอกกับชาวโลกว่า พวกเรากำลังตกหลุมพรางของหลอดไฟแบบ LED เสียแล้ว เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เรามาดูกัน

ผลการวิจัยล่าสุดที่มีการตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Advances นักวิทยาศาสตร์เจ้าของผลงานวิจัยกำลังบอกกับเราว่า ด้วยความนิยมของหลอดไฟแบบ LED ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก นำไปสู่การเกิด “มลภาวะทางแสง” (Light pollution) อย่างร้ายแรง และเห็นได้ชัดว่าในตอนกลางคืน โลกของเรามีความสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่คนเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟแบบ LED และความสว่างในยามคำคืน (ที่อาจจะมากเกินความจำเป็น) นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า มลภาวะทางแสง

แล้ว มลภาวะทางแสง คืออะไร? หลายคนอาจจะตั้งคำถามนี้อยู่ในหัว โดยข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า แสงประดิษฐ์ที่เกิดจากการกระทำกิจวัตรของมนุษย์ในเวลากลางคืน รวมถึงมลภาวะของแสงที่สว่างจ้าจนเกินความจำเป็น ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น สุนัข แมว นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย โดยที่สำคัญยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต่อกิจกรรมทางดาราศาสตร์ของนักดาราศาสตร์ด้วย คือในเขตเมืองที่มีแสงหลอดไฟมากๆ จะเป็นอุปสรรคสำหรับการส่องดูดาวยามค่ำคืน

และการสำรวจปัญหามลพิษทางแสงของโลกนั้น ทำโดยดาวเทียมสำรวจสภาวะอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และการมาถึงของเทคโนโลยีหลอดไฟ LED ทำให้โลกมีความสว่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้ และสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า การสูญหายของค่ำคืน หรือ “Loss of night” ได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา

และสาเหตุที่ทำให้เกิด การสูญหายของค่ำคืน ก็มาจากปัจจัย 2-3 อย่าง เรื่องแรกก็คือ ด้วยราคาที่ถูกของหลอดไฟ LED ทำให้ในหลายๆ เมืองมีการติดตั้งหลอดไฟส่องสว่างจำนวนมากขึ้น โดยที่ยังคงรักษาต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเดิม แทนที่พวกเขาจะเลือกใช้เม็ดเงินจากส่วนต่างค่าพลังงานไฟฟ้าไปลงทุนในเรื่องอื่นๆ และด้วยความที่เขตเมืองมีการขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ย่อมมีความจำเป็นที่ต้องการไฟส่องสว่างมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ก็เริ่มใช้ประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำของหลอด LED ด้วยการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างในจำนวนที่มากขึ้น 

โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ทางออกของการแก้ไขปัญหานี้ (หรืออย่างน้อยก็ทำให้มลภาวะทางแสงลดลงได้) โดยการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเข้ากับหลอดไฟ LED เพื่อควบคุมพื้นที่การส่องสว่างไปเฉพาะจุดที่ต้องการ หรือในพื้นที่ที่ความสว่างเพียงพออยู่แล้ว ก็ติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถหรี่ความสว่างของหลอด LED ลงบางส่วน แต่การที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง ก็ต้องการความร่วมมือในระดับเมือง รัฐ หรือในระดับประเทศเลยทีเดียว

ที่มา : bgr.com

ใส่ความเห็น