วันที่: ผู้เขียน: Other News


NASA ได้พบร่องรอยของดาวเคราะห์ 219 ดวงนอกระบบสุริยจักรวาล และประเด็นที่น่าสนใจคือ มีดาวเคราะห์ 10 ดวง ตรงบริเวณขอบกาแลคซีทางช้างเผือก ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกมากๆ และวงโคจรของดาวเคราะห์เหล่านั้น อยู่ในโซนที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต!

และเรื่องที่สำคัญคือ ระยะห่างจากดาวฤกษ์ของพวกมัน เป็นระยะพอเหมาะที่จะมีน้ำปรากฏอยู่ในลักษณะของเหลว (ซึ่งถ้าระยะห่างจากดาวฤกษ์ไม่เหมาะสม น้ำอาจจะระเหยกลายเป็นไอไปทั้งหมด หรือไม่ก็หนาวเย็นจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งหมด) ซึ่งเป็นเรื่องที่สนับสนุน แนวคิดของการมีดาวเคราะห์สภาพคล้ายโลกอยู่เป็นจำนวนมาก และเราอาจจะไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวจักรวาลอันกว้างไกล

NASA พบดาวเคราะห์ 10 ดวงขนาดใกล้เคียงโลก ที่บริเวณขอบกาแลคซีทางช้างเผือก

กลุ่มดาวหงส์ Cygnus constellation

NASA พบดาวเคราะห์ 10 ดวงขนาดใกล้เคียงโลก ที่บริเวณขอบกาแลคซีทางช้างเผือก

ซึ่งรายงานการค้นพบดาวเคราะห์ที่น่าสนใจ 10 ดวงนี้ เป็นส่วนหนึ่งจากภารกิจแรกของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler โดย กล้องโทรทรรศน์นี้ได้ทำการสำรวจ Cygnus constellation (กลุ่มดาวหงส์) ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสิ่งที่คาดว่าจะเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาล จำนวนมากกว่า 5,000 ดวง ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากโลก 3,000 ปีแสง

และในเวลานี้มีการลดจำนวนลงมาเหลือ 4,034 ดวง โดยในจำนวนนี้ มีการยืนยันแล้วว่าเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาล จำนวน 2,335 ดวง และมีดาวเคราะห์จำนวน 21 ดวงมีขนาดใกล้เคียงโลก และอยู่ในโซนที่คาดว่าจะเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต แล้วทำไมดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงโลกถึงได้มีความน่าสนใจนัก? นักวิทยาศาสตร์ให้เหตุผลว่า การศึกษาพวกมัน จะทำให้เรารู้ว่าโลกก่อกำเนิดขึ้นได้อย่างไร แถมยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิต อยู่บนดาวเคราะห์เหล่านั้นอีกด้วย

NASA พบดาวเคราะห์ 10 ดวงขนาดใกล้เคียงโลก ที่บริเวณขอบกาแลคซีทางช้างเผือก

และด้วยความทุ่มเทกับภารกิจการสำรวจอวกาศของ NASA ในที่สุดก็มีความเข้าใจอย่างชัดเจน ในแนวคิดการจัดกลุ่มให้กับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาล โดยมีการแยกดาวเคราะห์ที่น่าสนใจออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ Super-Earths หรือดาวเคราะห์ที่มีแกนกลางเป็นหิน และมีขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 1.5 เท่า ส่วนดาวเคราะห์อีกประเภทคือ Mini-Neptunes เป็นดาวเคราะห์ที่ปกคลุมด้วยชั้นก๊าซ และมีขนาดใหญ่กว่าโลกเกิน 2.5 เท่า ซึ่งดาวเคราะห์ประเภทนี้ ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต

และในเวลานี้ ทาง NASA กำลังให้ความสำคัญกับภารกิจ K2 ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2014 โดยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของกล้อง ให้สามารถตรวจจับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาล ที่โคจรอยู่รอบดาวแคระแดง (Red dwarfs คือดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็ก และมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างต่ำมาก) และภารกิจ K2 จะสิ้นสุดลงในราวๆ ปี 2018 เมื่อเชื้อเพลิงของมันหมดลง

ที่มา : www.theverge.com , th.wikipedia.org , en.wikipedia.org

ใส่ความเห็น