วันที่: ผู้เขียน: Other News


เพิ่งเปิดตัวกันไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธง P-series ทั้ง Huawei P10 และ P10 Plus พ่วงด้วย Huawei Watch 2 ในงาน Mobile World Congress 2017 ที่จัดขึ้นในกรุงบาเซโลน่า ประเทศสเปน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา (ตามเวลาบ้านเรา) ซึ่งสำหรับ Huawei P10 และ P10 Plus มีการพัฒนาจากรุ่น P9 พอสมควรเลยทีเดียว เอาเป็นว่ามาติดตามกันดูดีกว่า ว่าทั้งสมาร์ทโฟน Huawei P10 / P10 Plus และสมาร์ทวอช Huawei Watch 2 มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง


Huawei P10 / P10 Plus

สำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้ Huawei ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ของ P-series ด้วย 2 โมเดลให้เลือกใช้งานเช่นเคย ก็คือ P10 ที่มีขนาดหน้าจอ 5.1 นิ้ว และ P10 Plus ที่มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว มีดีไซน์ตัวเครื่องที่บางลงเหลือเพียง 6.98 มิลลิเมตร มีขอบ Bezel ที่บางลงไปอีก ทำให้ขนาดของตัวเครื่องเล็กกว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ในขนาดหน้าจอที่เท่าๆ กัน

โดยความน่าสนใจแรกของ Huawei P10 / P10 Plus ที่เราจะพูดถึงก่อนเลยก็คือสีของ Huawei P10 ที่ทางแบรนด์บอกใบ้เราตั้งแต่คลิปทีเซอร์สั้นๆ ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

สีของ Huawei P10 / P10 Plus ที่มีให้เลือกถึง 8 สี

วาไรตี้มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาถึง 8 สีด้วยกัน นำโดยสีที่แปลกตาจากท้องตลาดอย่าง Greenery และ Dazzling Blue ซึ่งไม้เด็ดของ Huawei ก็คือการจับมือกับ Pantone ในการนำสี Color of the Year 2017 อย่าง Greenery มานำทัพสมาร์ทโฟนดีไซน์งาม ตามด้วยสี Dazzling Blue ที่เป็นสี Color of the Year 2014 ส่วนสีอื่นๆ ได้แก่ Ceramic White, Graphite Black, Rose Gold, Presige Gold, Dazzling Gold, Mystic Silver ซึ่งทุกสีของ Huawei P10 เป็นสีเนื้อ Matte หรือสีด้าน เพิ่มความหรูหราตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

ซึ่งนอกจากสีของตัวเครื่องแล้ว สีของระบบปฏิบัติการ EMUI ก็จะแตกต่างตามสีของเครื่องเช่นกัน

ปุ่ม Smart Touch แทนที่ปุ่ม Navigation Keys

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

ค่อนข้างประทับใจเลยทีเดียว ที่ Huawei P10 ได้รวบปุ่ม Navigation Keys ของแอนดรอยด์ (ปุ่ม Back, Home, Recent) ให้มาอยู่ในปุ่มๆ เดียว ที่เรียกว่า Smart Touch ซึ่งปุ่มนี้ จะสามารถรองรับรูปแบบการกดได้ 3 รูปแบบ ดังนี้

  • Short Tap – การกดสั้นๆ เพื่อใช้คำสั่ง Back
  • Long Tap – การกดค้าง เพื่อใช้คำสั่ง Home
  • Swipe Tap – การปัดไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อใช้คำสั่ง Recent

ถือว่าเป็นการออกแบบการใช้งานที่ Make sense มากๆ แต่คงต้องปรับตัวในตอนแรกกันพอสมควรเลย

Fingerprint เปลี่ยนมาอยู่ด้านหน้า

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

หลังจากที่ลองย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Huawei Mate 9 Pro มาไว้ด้านหน้า ทาง Huawei ก็ตัดสินใจย้ายของ Huawei P10 / P10 Plus มาไว้ด้านหน้าด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นปุ่มเดียวกับ Smart Touch และเซ็นเซอร์อยู่ภายใต้กระจกหน้าจอ

ทั้ง Huawei P10 และ P10 Plus กันน้ำกันฝุ่นด้วย Nanocoating

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

ในที่สุดเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่น ก็มีบน Huawei P10 และ P10 Plus แล้ว ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ตอบรับสมาร์ทโฟนที่เด่นเรื่องกล้องให้สามารถถ่ายภาพได้ในทุกสถานการณ์ และทำให้ Huawei หลุดจากการเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ไม่กันน้ำอีกด้วย

หน้าจอความละเอียด 2K

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

Huawei P10 มาพร้อมกับหน้าจอที่มีความละเอียดถึง 2K ซึ่งจริงๆ แล้วความละเอียดบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นอะไรที่สังเกตยากมากๆ ความน่าสนใจจริงๆ จึงเป็นค่าความสว่างถึง 500 nits และ ความต่างแสง (Contrast) ที่อัตราส่วน 1500:1 ที่จะช่วยให้การแสดงผลภาพต่างๆ มีรายละเอียดที่ดูคมชัดมากขึ้น

กล้อง Leica Dual Camera 2.0 เช่นเดิม เพิมเติมคือเลนส์ใหม่ (และฟีเจอร์อีกเพียบ)

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

Huawei P10 / P10 Plus ยังคงใช้ซอฟต์แวร์  Leica Dual-Camera 2.0 เช่นเดียวกับ Huawei Mate 9 แต่ได้เพิ่มคำว่า Pro Edition เข้ามาด้วย โดยสิ่งที่แตกต่างก็คือเลนส์ Leica SUMMILUX-H f/1.8 ที่จะมีเพิ่มคุณภาพของไฟล์ภาพอย่างมีระดับมากยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจของกล้อง Leica Pro Edition ในสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดนี้ มีดังนี้

  • Hybrid Zoom (X2) – กล้องสามารถซูมได้โดยไม่เสียรายละเอียด เพื่อการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ได้
  • 4-in-1 Hybrid auto focus – พัฒนาระบบการโฟกัสรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งการโฟกัสภาพเคลื่อนไหว หรือการโฟกัสวัตถุใกล้ๆ เพื่อถ่ายมาโคร
  • โหมด Leica Style Portraiture – กล้อง Huawei P10 เน้นในเรื่องของการถ่าย Portrait มีระบบ 3D ตรวจจับใบหน้า เพื่อสร้างมิติให้กับการถ่ายภาพบุคคลมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง Bokeh ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพกลางคืน และภาพตอนกลางวันมีมิติของภาพ (Dynamic Range) ที่กว้างขึ้น
  • การถ่ายวีดีโอรองรับ 4K ไฟล์ .H264 ที่มีการบีบอัดสูง ทำให้ได้ไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงแต่มีขนาดเล็ก

ซึ่งนอกจากกล้องหลังแล้ว กล้องหน้าของ Huawei P10 / P10 Plus ก็กลายเป็นกล้องหน้าสมาร์ทโฟนตัวแรกที่เป็นชื่อ Leica อีกด้วย โดยฟีเจอร์ใหม่ของกล้องหน้าได้ปรับปรุงให้เซ็นเซอร์สามารถเพิ่มความสว่างได้ 2 เท่า ทำให้สีผิวดูสว่าง สวยใสขึ้นอีกด้วย

สมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่รองรับ 4.5G

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

Huawei P10 สามารถรองรับมาตรฐานความเร็วใหม่ของเครือข่ายอย่าง 4.5G ได้ด้วย สัญญาณแบบ Quad-Antenna (สัญญาณ 4 เสา) ซึ่งไม่เพียงแต่มีความเร็วในการโหลดข้อมูลเป็น 2 เท่า เท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มความเร็วการโหลดข้อมูลในพื้นที่ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเบาบาง รวมทั้งลดปัญหาสายหลุดเมื่อสัญญาณโทรศัพท์ไม่เพียงพออีกด้วย

ไม่เพียงแค่ 4.5G เท่านั้น แต่ Wi-Fi ก็กลายเป็น Wi-Fi Dual Attenna เพิ่มความแรงเป็น 2 เท่า รวมทั้ง Huawei Geo Technology ก็ทำให้สัญญาณ GPS มีความแม่นยำขึ้นเช่นกัน แม้จะขับรถอยู่ในอุโมงค์ก็ตาม

แบตเตอรี่ Huawei P10 สามารถใช้งานได้ถึง 1.8 วัน

ทั้ง Huawei P10 และ P10 Plus ให้แบตเตอรี่ที่ความจุค่อนข้างสูง (3200mAh และ 3750mAh ตามลำดับ) ซึ่งทาง Huawei รับรองว่า สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป แบตฯ จะสามารถอยู่ได้นานถึงเกือบๆ 2 วันอีกด้วย และยังรองรับ Fast Charge ที่ชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ 1 วันเต็มๆ

EMUI 5.1 ระบบปฏิบัติการใหม่ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

ในที่สุดระบบปฏิบัติการ EMUI ของ Huawei ก็สามารถแบ่งหน้าจอสำหรับใช้งานได้ด้วยฟีเจอร์ Knuckle Swipe Split Screen แล้ว

ราคาจำหน่ายของ Huawei P10 และ P10 Plus

 Huawei P10 มีด้วยกันทั้งหมด 3 โมเดล โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Huawei P10 RAM 4GB/ROM 256GB ราคา €649 (หรือประมาณ 23,900 บาท)
  • Huawei P10 Plus RAM 4GB/ROM 64GB ราคา €699 (หรือประมาณ 25,700 บาท)
  • Huawei P10 Plus RAM 6GB/ROM 128GB ราคา €799 (หรือประมาณ 29,400 บาท)

ซึ่งราคาขายที่แน่นอนในประเทศไทย ต้องรอทาง Huawei ประเทศไทยประกาศอีกทีหนึ่ง


Huawei Watch 2

ถึงคราวของ Smartwatch แบรนด์ Huawei ที่ขึ้นชื่อทางด้านดีไซน์กันบ้าง โดย Huawei Watch 2 ในครั้งนี้ ได้เปิดตัวมา 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น Sport, Classic และ Porsche Design (Porsche Design ไม่มีในรูป) โดยรุ่นคลาสสิคจะมีให้เลือกแบบเดียวคือ Titanium Gray ส่วนเรือนอื่นๆ เป็นแบบ Sport 

เปิดตัว Huawei P10, P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และ Huawei Watch 2

ซึ่งฟีเจอร์ของ Huawei Watch รุ่นที่ 2 นั้น มีดังนี้

  • มีรุ่นรองรับการใช้งาน 4G LTE (Nano SIM) จำหน่าย
  • มีระบบ GPS ในตัว
  • รองรับการใช้งาน NFC รวมทั้ง Android Pay
  • มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • มาตรฐานกันน้ำ IP68
  • มีแอพฯ สำหรับออกกำลังกาย VO2Max
  • มีเมมโมรี่ในตัว 4GB สำหรับบรรจุเพลงไว้ฟัง (รองรับได้ประมาณ 200 เพลง)
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 21 วันสำหรับโหมดนาฬิกาและนับก้าว
  • ใช้งานทั่วไปแบตเตอรี่อยู่ได้ 2 วัน / วัดอัตราการเต้นของหัวใจต่อเนื่องอยู่ได้ 7 ชั่วโมง
  • ระบบปฏิบัติการ Android Wear 2.0 มีแอพฯ สำหรับ Smartwatch ให้โหลดใช้งาน

ราคาของ Huawei Watch 2

  • รุ่น Sport + 4G ราคา €379 (หรือประมาณ 14,000 บาท)
  • รุ่น Sport + non-4G ราคา €329 (หรือประมาณ 12,100 บาท)
  • รุ่น Classic ราคา €399 (หรือประมาณ 14,700 บาท)

ส่วน Huawei Watch 2 Porsche Design ยังไม่ได้เปิดเผยราคาออกมาให้ทราบกัน

ที่มา : www.anandtech.com , www.fonearena.com

ใส่ความเห็น