วันที่: ผู้เขียน: Football

เอริค คันโตนา นักเตะระดับตำนานผู้เปลี่ยนยุคสมัยของทีมผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ให้สัมภาษณ์ย้อนกลับไปในเกมนัดที่ บาร์เซโลนา พลิกชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เข้ารอบไปได้ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนว่านี้คือ “การปล้นชัยชนะแห่งศตวรรษ” เลยทีเดียว

โดยในการแข่งขันดังกล่าวนั้น แทบไม่มีใครอยากเชื่อว่าทาง บาร์ซ่า จะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะเกมเลกแรกนั้นทีมเจ้าบุญทุ่มพ่ายแพ้มาก่อนด้วยสกอร์ถึง 4-0 แต่พอนัดที่สองกลับเอาคืนได้เป็น 6-1 ราวกับปาฏิหาริย์ก็ว่าได้

“สำหรับบางคนแล้ว เรื่องนี้มันเหมือนกับเป็นการสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นบนสนามฟุตบอล”

“แต่สำหรับบางคนการแข่งขันแบบนี้เรียกได้ว่าเป็น การปล้นชัยชนะแห่งศตวรรษ ก็ว่าได้ ซึ่งผมเองมองว่ามันคือมหากาพย์ลูกหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องได้รับการจดจำ”

“เกมนั้นราวกับว่ามีอยู่แค่ 12 คนที่เชื่อมั่นว่า บาร์เซโลนา จะสามารถพลิกสถานการณ์เข้ารอบได้ซึ่งนั้นก็คือ เนย์มา 1 กับผู้เล่นของทีม ปารีส อีกทั้ง 11 คนนั่นเอง” ก็องโต กล่าว

สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดที่สอง) เมื่อคืนวันพุธที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลน่า ที่เปิดสนาม คัมป์ นู ต้อนรับทีมเยือน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยเกมนัดแรกเป็น เปแอสเช ที่เอาชนะได้ก่อนไปด้วยสกอร์ 4-0 ก่อนที่เกมนี้ทีมเจ้าบุญทุ่มมาสร้างปาฏิหาริย์เอาชนะลูกทีมของกุนซือ อูไน เอเมรี่ ในช่วงท้ายเกมแบบสุดเหลือเชื่อด้วยสกอร์ 6-1 รวมผลทั้งสองนัด บาร์เซโลนา เข้ารอบด้วยประตูรวมคือ 6-5

โดยเกมในครึ่งแรก เปิดฉากมาแค่พริบตาเดียว ทีมเจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากลูกโหม่งของ หลุยส์ ซัวเรซ ในนาทีที่ 3 ต่อจากนั้น บาซ่า เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกเพื่อหวังทวงประตูคืนจากเกมแรก แต่แนวรับของ เปแอสเช ยังคงป้องกันได้อย่างแข็งแกร่ง จนกระทั่งช่วงท้ายครึ่งแรก อีเนียสต้า ได้จังหวะตอกส้นเข้าไปหน้าประตู ก่อนที่ คูร์ซาว่า หวดผิดเหลี่ยมส่งบอลเข้าประตูตัวเองในนาที 40 จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายขึ้นด้วยสกอร์ 2-0 รวมผลสองเกม เปแอสเช ยังเป็นฝ่ายนำอยู่ 4-2 Fun88 แทงบอล พนันกีฬา คลิกเลย

ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมา 3 นาที มูนิเย่ร์ แบ็คขวา เปแอสเช พลาดท่าทำฟาวล์ เนย์มาร์ ก่อนโดน ลิโอเนล เมสซี่ สังหารจุดโทษเข้าไป หลังจากนั้นจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในนาที 62 หลังทีมเยือนได้โอกาสสวนกลับ คาวานี่ ได้ซัดเต็มข้อช่วยให้ทีมเยือนบุกเก็บ อเวย์โกล ได้สำเร็จ ทำให้เวลาที่เหลือหาก บาร์เซโลน่า ต้องการเข้ารอบต้องยิงเพิ่มอย่างน้อย 3 ประตู

แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้สำหรับฟุตบอล เมื่อทัพเจ้าบุญทุ่มได้ประตูปลุกความหวังจากลูกยิงฟรีคิกในนาที 88 ของ เนย์มาร์ ต่อมา หลุยส์ ซัวเรซ เรียกจุดโทษในนาที 90 และ เนย์มาร์ เป็นคนยิงเข้าไปช่วยทีมขึ้นนำเป็น 5-1 และต้องการอีกเพียง 1 ประตูเพื่อเข้ารอบแปดทีมสุดท้าย จนกระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย บาร์เซโลนา ได้ประตูที่ต้องการจากลูกยิงของตัวสำรองอย่าง เซร์กี้ โรแบร์โต้ ช่วยให้ทีมพลิกเอาชนะด้วยสกอร์ 6-1 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเข้ารอบทั้งที เกมเลกแรกแพ้มาอย่างราบคาบ

ใส่ความเห็น